รอ ร๊อ รอกันมานาน และแน่นอนคุณก็รู้ว่าเราต้องมีวันนี้ วันที่ Adobe ได้ประกาศตัว Adobe CS6 และในปีนี้ยังพ่วงมาด้วย Adobe Creative Cloud อีกต่างหาก
อย่างน้อยผมคนหนึ่งล่ะ ที่มั่นใจว่าจะมีอะไรให้พวกเราได้ลอง “เล่น” และ “ลอง” ไปจนสิ้นปีเลย
คราวนี้มาว่ากันเรื่อง Adobe Dreamweaver CS6 กัน
สำหรับผม น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเจ้าเครื่องมือสร้าง Website (ฝร่ังจะเรียกกันว่า Web Authoring Tool) ที่เป็นตำนานอย่าง Adobe Dreamweaver
เพราะตั้งแต่มันเปิดตัวออกมาในเดือนธันวาคม ปี 1997 มันก็ได้ทำให้ชีวิตของ Web Developer และ Web Designer ทั่วโลกสดใสขึ้น เพราะมันนำเสนอการสร้าง Website รูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า WYSIWYG (ตอนสร้างเห็นแบบไหน ตอนเปิดดูบน Web browser ก็เห็นอย่างนั้น) สร้างความสะดวกสบาย และลดขั้นตอนที่น่าเวียนหัวไปหลายๆ อย่างเลยทีเดียว
เปรียบไปก็เหมือนมีดพก Swiss ที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพไว้รับมือกับงานได้หลากหลายรูปแบบ
คราวนี้ ทั้ง 7 Features ใหม่ๆ ใน Adobe Dreamweaver CS6 จะทำให้คุณร้องว้าว! ได้หรือเปล่านะ? มาดูพร้อมๆ กันเลยครับ
1. Fluid grid layout
เรื่องของการออกแบบ Web สำหรับโลกที่เคยมีแต่หน้าจอ PC และ Laptop อย่างเดียว กลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์พกพาอย่่าง Tablet และ Smart phone ที่หน้าจอการแสดงผลไม่มีรูปแบบตายตัว มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของการพัฒนา Website เลยทีเดียว
ซึ่ง Adobe Dreamweaver CS6 ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้ทันกับความต้องการของโลก โดยในเวอร์ชั่นนี้ ได้มีการเพ่ิมเติม Fluid Grid Layout Template เพื่อให้คุณสามารถออกแบบ Website แบบ Responsive ได้สะดวกสบายกว่าเดิม
สำหรับคุณที่ต้องการเรียนรู้ Responsive Web Design ให้รอฟังประกาศรายละเอียดการฝึกอบรมภายในอาทิตย์นี้ได้จาก Fan Page ของ NextFlow
ระหว่างนั้นก็สามารถคลิกที่นี่ เพื่อดู video แนะนำ feature นี้ในรูปแบบภาษาไทยครับ
2. JQuery Mobile Framework updates
หากคุณกำลังมองหา Web Framework ดีๆ เอาไว้ทุ่นแรงในการพัฒนา Web project ชื่อของ JQuery Mobile น่าจะเป็นอันดับต้นๆ ที่คุณควรค่าแก่การพิจารณาแน่นอน
JQuery Mobile Framework นั้นได้รับการสนับสนุนจาก Adobe กลายๆ อยู่แล้ว และมีการเพิ่ม feature ในการทำงานกับ JQuery Mobile Framework เข้ามาใน Adobe Dreamweaver CS5.5
ในเวอร์ชั่นนี้ได้มีการเพ่ิมส่วนช่วยในการทำงานกับ JQuery Mobile Framework ได้สะดวกขึ้นไปอีก เช่นการนำ Theme ที่ออกแบบด้วย Adobe Firework CS6 มาเลือกใช้กับ Mobile Web project และ การเลือกกำหนด icon ต่างๆ ให้กับ button เป็นต้น
3. Adobe PhoneGap Build integration
สำหรับนักพัฒนา Mobile Application ที่กำลังมองหา Cross platform mobile application development ก็คงต้องมอง PhoneGap เป็นตัวแรกๆ
เพราะนอกจาก Adobe ได้เข้าซื้อกิจการ Nitobi เจ้าของ PhoneGap แล้ว ยังมีการวางตัวเทคโนโลยีนี้เป็นหัวหอกในการนำ Web standard technology ไปทำ Mobile application ให้กับ Mobile platform ต่างๆ ได้ด้วย (คลิกที่นี่ ถ้าอยากรู้เรื่อง PhoneGap โดยละเอียด)
สำหรับใน Adobe Dreamweaver CS6 นี้ Adobe ได้เพิ่มส่วนของการทำงานกับ PhoneGap Build เข้าไป
ทำให้คุณสามารถที่จะนำ Mobile project ที่ทำอยู่ขึ้นไปบนระบบ online service ของ PhoneGap Build ให้ทำการ compile ออกมาเป็นไฟล์ mobile application บน platform ต่างๆ ได้ง่ายๆ
ไม่ต้องมาปวดหัว เสียเวลาติดตั้งส่วนต่างๆ ที่จำเป็นในการ compile project ให้ออกมาเป็น mobile application แต่ละ platform ให้ยุ่งยาก
ประหยัดเวลา และสะดวกกว่าเดิมเยอะครับ
4. CSS3 Transition
ความสามารถของ CSS3 นั้นเริ่มปรากฎออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่อง Web Font หรือการทำ animation ของ HTML Element ก็สามารถทำได้อย่างน่าประทับใจ
Adobe Dreamweaver CS6 ได้เพิ่มส่วน User Interface ให้คุณสามารถกำหนด CSS3 Transition ให้กับ element ได้ตามที่คุณต้องการ ลดขั้นตอนการเขียน code CSS ด้วยตนเองได้อีกโข
ประหยัดเวลาและได้งานสวยๆ มีคุณภาพอีก น่าประทับใจจริงๆ
5. Integrate with Adobe Business Catalyst
อีก feature หนึงที่ไม่ค่อยจะโดดเด่นมากนักใน Adobe Dreamweaver CS5.5 ก็คือการทำงานกับ Adobe Business Catalyst
หากคุณยังไม่รู้จัก Adobe Business Catalyst มาก่อน ให้คุณนึกถึง บริการ hosting ตั้งแต่จด domain name, ใช้บริการ hosting, จนถึง SEO, Web Analytic จนไปถึง E-commerce system เรียกได้ว่าครบวงจร และดูแลโดย Adobe
ซึ่ง Adobe นำ online service นี้มาเชื่อมเข้ากับ Adobe Dreamweaver เพื่อให้ Web designer ทุ่นแรง ไม่ต้องออกไปหา domain หรือ hosting ที่ไหน
แค่สมัครใช้บริการ แล้วก็สามารถ upload ตัว Web Project ขึ้นไปใช้งานได้ทันที (มีทั้งแบบฟรีให้ทดลองใช้ และเสียเงินเป็นรายเดือนครับ)
Web Designer จะทุ่มเทกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่
6. Web Font Management
Web Font ในปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในประเทศไทยเราเองก็เริ่มตื่นตัวเรื่องการใช้งาน Web Font กันแล้ว
Adobe Dreamweaver CS6 ได้มีส่วนของการจัดการ Web Font เข้ามาทำให้คุณสามารถนำ Web Font เข้ามาใช้งานใน Project ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
7. CSS Multiple Classes selection
การเลือกใส่ CSS Class ให้ HTML Element ใน Adobe Dreamweaver รุ่นก่อนๆ นั้นไม่สามารถทำได้อย่างสะดวกนัก
ต้องอาศัยความรอบคอบ ในการเลือกบรรจงใส่อย่างยิ่ง!
แต่ใน Adobe Dreamweaver CS6 นั้น ได้มีการเพิ่มส่วนในการจัดการ CSS Multiple Class ให้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก
และถ้าเกิดนึกขึ้นว่ายังไม่ได้กำหนด CSS Class ไหนก็สามารถระบุลงใน ช่องด้านล่างได้อีกต่างหาก
ง่ายไหม?
Conclusion
นั่นคือ 7 features ใหม่แกะกล่องที่เพิ่มเข้ามาใน Adobe Dreamweaver CS6 แต่ผมต้องขอบอกคุณไว้ ว่ายังไม่หมดแค่นี้!เพราะนอกจากที่ผมอธิบายไปด้านบนแล้ว Adobe ยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพ, User Interface, และการทำงานในหลายๆ ส่วนให้ง่ายขึ้น และสะดวกขึ้นสำหรับ Web Designer และ Web Developer โดยเฉพาะ
ถ้าจะให้ผมเลือกขึ้นมาสักตัวในที่นี้ น่าจะเป็นการที่ Adobe ได้เปลี่ยนมาใช้ Native Cocoa สำหรับ Mac OS ที่ทำให้การทำงานของ Adobe Dreamweaver CS6 นั้นลื่นไหลกว่าเดิม (ที่สุด)
ในช่วงเวลาที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ Adobe Dreamweaver CS6 ยังไม่มีส่วนของ Trial ให้ download (เป็น notify me แทน โดย Adobe จะให้คุณลงทะเบียนไว้ ตอนของจริงพร้อมแล้ว Adobe จะส่ง Email มาแจ้ง)
แต่ผมก็อยากจะให้คุณได้ลองเจ้านี่จริงๆ ให้ตาย (มันดีมากๆ) ให้คลิกที่นี่เพื่อเข้าไปหน้า official page ของ Adobe Dreamweaver CS6 ดูว่ามี version trial ให้ download หรือยัง
ถ้ามีเวอร์ชั่น Trial ให้ download แล้ว โหลดมาเลยครับ!
แล้วคุณจะรู้ว่า Adobe Dreamweaver ได้เปลี่ยนไปแล้ว
แล้วถ้าลองใช้แล้ว มา comment บอกผมด้านล่างบทความนี้ด้วยนะครับ ว่าชอบ feature ไหนมากที่สุด หรือไม่ชอบอะไร จะได้แลกเปลี่ยนไอเดียกันครับ
Enjoy!
Ref. http://nextflow.in.th
This is Preview. Can't Download
Adobe Dreamweaver CS6
Adobe Dreamweaver ($399.99; upgrade $199.00, direct) has dominated the Web-editing field for longer than most people can remember, but in the past few years it has seemed willing to coast on its reputation, offering worthy but uncompelling upgrades with each recent version. version is different. It’s an essential upgrade for anyone who wants to build Web pages or apps that automatically adapt when viewed in a Web browser on a phone or tablet or a browser on a laptop or desktop. For the past few years, I’ve been doing most of my Web design in Microsoft’s clean, efficient, and underpublicized Expression Web, but Dreamweaver CS6 is the first Web editor built for the multiplatform era, with full support for HTML5 and CSS3. Like the rest of the CS6 suite, Dreamweaver is targeted to professionals who are willing to climb its steep learning curve, but even occasional coders can use it to build impressive-looking sites.
Adobe has improved the fidelity and flexibility of Dreamweaver’s “Live” preview, and improved its “multiscreen” preview panel that shows what your page will look like at phone, tablet, and desktop screen sizes. Adobe’s online “browser lab” makes it possible to test your pages on older browser platforms, though Microsoft’s comparable SuperPreview feature offers an even wider choice of old and new browsers to test in.
Another Dreamweaver feature that I’ve wanted for years, and which Adobe scarcely mentions in its PR, is built-in Web font support through a simple dialog that lets you install fonts to your Web server so you can use them on your pages; this was always possible through laborious hand-coding but Dreamweaver makes it easy. Other improvements that I’m glad to see include a completely revamped—and speedy—FTP module with full support for secure protocols. Built-in support for the W3C Consortium’s page-validation tool guarantees full compliance with current Web standards.
The most spectacular new feature in Dreamweaver is its support for “fluid grid layouts,” which means that it creates pages organized according to an invisible underlying grid that changes according to the size of the screen. Text and graphic elements on the page automatically readjust their position when the page is viewed on a phone, tablet, or desktop. I had to watch a demo video (accessible from Dreamweaver’s opening menu) to figure out to use it, but after that it was easy.
You create a fluid grid layout by targeting three screen sizes: phone, tablet, and desktop. First you arrange the page elements as you want them to look at one screen size, with each element aligned to the invisible background grid. Then you click an icon to switch to a different screen size, and arrange the elements in a different way on the grid. So, for example, a phone will display your whole page in a single column with a dropdown navigation menu at the top, while a tablet will display parts of the page in three columns, with a wide navigation bar at the top. The underlying CSS automatically switches between layouts according to the screen size of the device displaying the page. The multiscreen preview panel lets you change any or all of the three built-in screen sizes, so you can test the way the fluid grid will work on any size you want.
Flash IntegrationDreamweaver, predictably, is tightly integrated with Adobe’s Flash format. But if you’re developing for iOS, you can’t use Flash in your apps or Web pages, unless you buy Adobe’s $4,500 Flash Media Server to stream Flash in a way that iOS permits. Dreamweaver let me drop Flash video into my Web pages without an hiccup and with plenty of layout options, but when I tried to add HTML5 video to my page, I had to figure out for myself that I needed to download and install an HTML5 Video “widget” and then modify the widget’s code by hand.
InterfaceLike the rest of the Adobe’s Creative Suite Dreamweaver’s interface is a forest of panels and “tab groups” and toolbars that takes time to get used to. Unlike the rest of the suite, which uses a graphic interface to edit graphic objects like animations, photos, illustrations, and printed pages, Dreamweaver’s graphic interface is a set of tools for editing raw HTML, CSS, JavaScript, and other text-based code. Most of the time, you can use one of Dreamweaver’s GUI-based buttons and menus for modifying the underlying code, but sometimes you can’t and that means getting your hands dirty while editing the code directly. This is good if you know how to edit raw code, frustrating if you don’t. Sometimes, especially while working with the new fluid layout grid feature, I gave up trying to find a menu or toolbar for modifying a layout detail, and had to dig through the raw code to make the change. The fluid layout grid feature is obviously a work in progress, and future versions will make this kind of thing easier, but you should be prepared for some minor first-version frustrations in the meantime.
Extreme FlexibilityFor basic HTML and CSS editing, I still tend to prefer Microsoft Expression Web 4, but Expression Web works only on Windows, while Adobe’s apps work more or less identically on Windows and Mac machines. Also, Dreamweaver CS6 is unquestionably the first and only Web-building tool that works smoothly and capably in the new multi-platform world. It’s got its rough edges, but Adobe Dreamweaver CS6 also has more power and flexibility than anything else in its category, and it deserves our Editor’s Choice.
Ref. http://www.pcmag.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น